หากพูดถึง “อุตสาหกรรมอวกาศ” ในอดีตหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวที่มีเพียงประเทศมหาอำนาจเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยี
เพราะ Space Economy ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึ
ภาพจำของอุตสาหกรรมอวกาศอาจเป็นภารกิจสำรวจนอกโลกที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่เศรษฐกิจอวกาศ ในวันนี้กำลังเคลื่อนลงมาเชื่อมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนโลกมากขึ้น ตั้งแต่ GPS สำหรับการเดินทางและขนส่ง ข้อมูลดาวเทียมเพื่อการเกษตรและรับมือภัยพิบัติ ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ไปจนถึงซอฟต์แวร์ วิเคราะห์ข้อมูล และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่
จากข้อมูลของ Space Foundation ชี้ว่า Space Economy ทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 686,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และที่สำคัญ กว่า 60% ของการเติบโตในอนาคตคาดว่าจะมาจากอุตสาหกรรมทั่วไปที่นำเทคโนโลยีอวกาศไปประยุกต์ใช้ ไม่ใช่ธุรกิจอวกาศโดยตรง ตัวเลขนี้ทำให้คำว่า “อุตสาหกรรมอวกาศ” ไม่ได้จำกัดอยู่ในตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคถัดไป

ฐานธุรกิจไทยมีอยู่แล้ว โจทย์คือยกระดับมูลค่า
ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล ผู้อำนวยการสำนั

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าไทยมี Space Economy หรือไม่ แต่คือจะยกระดับจากการเป็นผู้ใช้ประโยชน์ ไปสู่การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา ผลิตภัณฑ์ และบริการที่แข่งขันได้อย่างไร โอกาสอยู่ทั้งในอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น ชิ้นส่วน Mechanical และ Electronic สำหรับดาวเทียม ระบบขับเคลื่อน ห้องปฏิบัติการทดสอบและรับรองมาตรฐานกลางน้ำ เช่น ดาวเทียม สถานีภาคพื้นดิน ระบบควบคุมภารกิจและซอฟต์แวร์ และปลายน้ำ เช่น การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ระบบนำทาง การเกษตรแม่นยำสูง โลจิสติกส์ ประกันภัย พลังงาน และการบริหารเมือง

สัญญาณลงทุนเริ่มชัด จากผู้ประกอบการไทยถึงเงินทุนต่
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่า ระหว่างปี 2559 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 11โครงการ มูลค่า 1,998 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมกิจการหลายระดับ ตั้งแต่การผลิตยานอวกาศ ดาวเทียม และชิ้นส่วน การออกแบบระบบหรือซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและสถานีภาคพื้นดิน บริการนำส่งวัตถุสู่อวกาศ ระบบควบคุมภารกิจ ไปจนถึงกิจการสนับสนุน
โครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมก็เริ่มรองรับการเติบโตมากขึ้น เมื่อ Space Krenovation Park ของ GISTDA จังหวัดชลบุรี ได้รับความเห็นชอบให้เป็นเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเขตส่งเสริมการลงทุน ขณะที่การลงทุนของ Equatorial Space (Thailand) สะท้อนโอกาสที่ไทยจะเป็นฐานผลิต ประกอบ และทดสอบดาวเทียมและส่วนประกอบของอวกาศยานส่วนผู้ประกอบการไทยอย่าง mu Space and Advanced Technology และ RV Connex แสดงให้เห็นศักยภาพตั้งแต่ระบบดาวเทียมขนาดเล็ก คลาวด์และข้อมูลอวกาศ ไปจนถึงการออกแบบภารกิจ ซอฟต์แวร์ และวิศวกรรมภาคพื้นดิน

Business Matching ต้องเปลี่ยนจาก “พบกัน” เป็น “เกิดโครงการ”
Thailand Space Expo 2026 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์ จึงมีบทบาทมากกว่าพื้นที่แสดงเทคโนโลยี เพราะสามารถทำหน้าที่เป็นตลาดเชื่อมผู้ประกอบการไทย SMEs และ สตาร์ทอัพ กับบริษัทอวกาศ นักลงทุน Venture Capital สถาบันวิจัย และผู้ใช้เทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ
หัวใจของ Business Matching ควรวัดด้วยผลลัพธ์หลังการเจรจา ไม่ใช่เพียงจำนวนการนัดหมาย ตั้งแต่การพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย การทดลองใช้โซลูชัน การร่วมวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การร่วมลงทุน ไปจนถึงการตั้งฐานผลิตหรือศูนย์วิจัยในประเทศ หากเชื่อม “เทคโนโลยีที่พร้อมใช้” กับ “โจทย์ธุรกิจที่มีผู้จ่ายจริง” ได้ Space Economy จะไม่ใช่เพียง New S-Curve บนเอกสารนโยบาย แต่สามารถเป็น New Growth Engine ที่สร้างรายได้ งานทักษะสูง และขีดความสามารถใหม่ให้เศรษฐกิจไทย
ร่วมเปลี่ยนโอกาสจากอวกาศให้เป็
ภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพที่ต้องการค้นหาโอกาสใหม่ใน Space Economy สามารถเข้าร่วม Thailand Space Expo 2026และนัดหมาย Business Matching ล่วงหน้า เพื่อพบพันธมิตรด้านเทคโนโลยี การลงทุน และตลาดจากทั้งไทยและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 28–31ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์

