Header Ads

เปิดโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (Single Rail Transfer Operator : SRTO) สร้างศักยภาพการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (Single Rail Transfer Operator : SRTO) การท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ พัฒนาศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (Single Rai Transfer Operator : SRTO) รองรับการขนส่งตู้สินค้าด้วยระบบรางที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนเป็นทางรางและทางน้ำ เพื่อเป็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะ ลดต้นทุนการขนส่ง และทำให้สัดส่วนการขนส่งทางรางเพิ่มขึ้นเป็น 25% โดยมี ร้อยตำรวจตรีมนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการแทน ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน

เรือโทยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายสมศักดิ์ ห่มม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า ร่วมเป็นเกียรติและให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ทลฉ. โครงการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (Single Rail Transfer Operator : SRTO) เป็นการพัฒนาระบบการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟหลังจากโครงการรถไฟทางคู่เปิดบริการ ให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าที่จะมาใช้บริการมากขึ้นระดับ 2.0 ล้านทีอียูต่อปี รองรับตู้สินค้าจากลาดกระบังถึง มีโครงสร้างพื้นฐานหลักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ได้แก่ รางรถไฟพวงราง 6 ราง ระหว่างท่าเทียบเรือชุด B และชุด C พื้นที่ประมาณ 600 ไร่ มีพื้นที่กองเก็บตู้สินค้า 28,000 TEU แต่ละรางมีความยาวในช่วง 1,224–1,434 เมตร สามารถจอดขบวนรถไฟได้รางละ 4 ขบวน รวมเป็น 8 ขบวน รองรับและเชื่อมต่อกับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ของรฟท. จากสถานีรถไฟแหลมฉบังเข้าสู่พื้นที่โครงการระยะทางประมาณ 4.3 กิโลเมตร ติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดพิเศษสามารถทำงานคล่อมรางรถไฟทั้ง 6 รางในเวลาเดียวกันและขนถ่ายตู้สินค้าได้พร้อมกัน โดย กทท. เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือยกขนหลักทั้งหมดรวมถึงบริหารประกอบการ ใช้งบประมาณลงทุน 1,926 ล้านบาท และในอนาคตจะขยายไปยังโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ด้วย เพื่อแก้ปัญหาความแออัดการขนส่งสินค้าทางถนน ลดมลภาวะ ลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเน้นย้ำนโยบายการขนส่งที่ไร้รอยต่อของรัฐบาล

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย hfng. ขับเคลื่อนโดย Blogger.